พระสยามเทวาธิราช มาขอพบท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

ตำนานพระเกจิแห่งสยาม

ครั้นในเหตุการณ์ครั้งสJครามโลกครั้งที่ 2 ท่านพระอาจารย์มั่นได้เล่าว่า

คราวหนึ่งท่านพักอยู่ที่ดอยมูเซอ วันหนึ่งตอนท่านออกไปบิณฑบาต ได้สังเกตเห็นชาวบ้านจับกลุ่มสนทนากัน
ด้วยท่าทางตื่นเต้น ฟังไม่ค่อยรู้ภาษา ได้ยินแต่ว่า “ยาปาน…ยาปาน…”

พอกลับถึงวัด ท่านจึงถามคนในวัดด้วยภาษาคำเมืองว่า “เขาพูดอะไรกัน” ก็ได้ความว่า “ทหารยาปาน (ญี่ปุ่น) บุกขึ้นประเทศไทยที่เมืองสงขลา การรบเป็นไปอย่างหนักหน่วง มีแม่ค้าขายของเข้าร่วมรบด้วย นักรบแม่ลูกอ่อนก็มี แม่ลูกหนึ่งลูกสองก็มี”

พระสยามเทวธิราช

หลวงปู่มั่นฯ ฟังแล้วก็ยิ้ม

ต่อมาได้มีคำสั่งจากรัฐบาลถึงกองทัพ
ให้ทหารไทยหยุดยิJ โดยอ้างว่า ญี่ปุ่นไม่ต้องการรบกับไทย แค่ขอผ่านทางเฉย ๆ แต่ทหารไทยประจำแนวหน้า พร้อมทั้งนักรบแม่ลูกอ่อนก็ยังไม่หยุดยิJและไม่ยอมถอย ทหารญี่ปุ่นจึงขึ้นบกไม่ได้ ถึงแก่กรรมเขียวไปทั้งทะเล จนรัฐบาลต้องส่งกองทหารอื่น
เข้าไปสั่งให้ทหารญี่ปุ่นหยุดยิJ แล้วขอสับเปลี่ยนกองทหาร ทัพแนวหน้าและนักรบแม่ลูกอ่อน จึงได้หยุดยิJแล้วถอยเข้ากรมกอง ฝ่ายกองทัพญี่ปุ่นจึงขึ้นบกได้

หลวงปู่มั่นฯ ทราบข่าวแล้วก็ไม่ได้ถือเอาเป็นอารมณ์ ด้วยคิดว่าเป็นกรรมของสัตว์โลก

เช้าวันต่อมา จวนจะสว่าง หลวงปู่มั่นฯ เกิดวิตกว่า “ชะตากรรมของประเทศไทยจะเป็นอย่างไรกันหนอ” … พลันก็ปรากฏนิมิตขึ้นว่า…

“ประเทศไทยคล้ายภูเขาสูง บนยอดมีธงไทยสามสีปลิวสะบัดอยู่ และมีพระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่เหนือธงไทย … มองดูตีนเขาลูกนั้นก็เห็นมีธงชาติต่าง ๆ ปักล้อมรอบเป็นแถว ๆ”

ท่านจึงพิจารณาได้ความว่า…

“ประเทศไทยไม่เป็นอะไรมาก นอกจากผู้มีกรรมเท่านั้น และต่อไปนานาประเทศจะยอมรับนับถือ เพราะประเทศไทยพระพุทธเจ้าสอนไม่ให้เบียดเบียนรังแกข่มเหงเพื่อนมนุษย์และสัตว์ และประเทศไทยก็ไม่เคยข่มเหงประเทศใด นอกจากป้องกันตัวเท่านั้น ชาติต่าง ๆ จึงยอมรับนับถือเป็นกัลยาณมิตร”

ในเวลาต่อมา..วันหนึ่งพระสยามเทวาธิราช พร้อมคณะเทพบริวาร ได้พากันมากราบนมัสการท่านพระอาจารย์มั่นฯ ซึ่งกำลังเดินจงกรมอยู่ พอรายงานตัวเสร็จ ท่านพระอาจารย์มั่นฯ ถามวัตถุประสงค์…

หลวงปู่มั่น

พระสยามเทวาธิราช ตอบว่า….
“เวลานี้ฝ่ายสัมพันธมิตรได้มาทิ้งระเบิดกรุงเทพฯ อย่างหนักหน่วง พวกข้าพเจ้าป้องกันเต็มที่”

หลวงปู่มั่นฯ ถามว่า “มีคนบาดเจ็บล้มลงต]ยไหม”

พระสยามเทวาธิราช ตอบว่า “มี

หลวงปู่มั่นฯ ถามว่า “ทำไมไม่ช่วย”

ตอบว่า “ช่วยไม่ได้ เพราะเขามีกรรมเวรกับฝ่ายข้าศึก
จะช่วยได้แต่ผู้ไม่มีกรรม สถานที่สำคัญ และพระพุทธศาสนาเท่านั้น”

หลวงปู่มั่นฯ ถามว่า “มานี้ประสงค์อะไร”

ตอบว่า “ขอให้ท่านบอกคาถาปัดเป่าลูกSะlบิดไม่ให้ตกถูกที่สำคัญด้วย”

หลวงปู่มั่นฯ จึงกำหนดพิจารณาหน่อยหนึ่งได้ความว่า..

“นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา”

เทพคณะนั้นก็ได้สาธุการ แล้วลากลับไป ไม่เห็นกลับมาอีกเลย…

จากหนังสือ “รำลึกวันวาน” บันทึกโดย หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ เกี่ยวกับเกร็ดประวัติและปกิณกธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ที่มาข้อมูล เพจพระอรหันต์สายหลวงปู่มั่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น